กรกฎาคม 10, 2024

ที่เที่ยวแปลกๆในโลก

สถานที่ ท่องเที่ยว สุดแปลก ทั่วโลก

เที่ยวเมืองสุดแปลก มอลตา ประเทศเกาะขนาดเล็ก ที่มีประวัติศาสตตร์และสถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวเมืองสุดแปลก

เที่ยวเมืองสุดแปลก มอลตาประวัติ เป็นอย่างไร?

เที่ยวเมืองสุดแปลก ประเทศแห่งนี้ได้ก่อกำเนิดเมื่อ ค.ศ. 1801 เกาะแห่งนี้ตกเภายใต้การปกครองของอังกฤษ ที่ตั้งของเกาะแห่งนี้ อยู่บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ทางตอนล่างของอิตาลีนั้นเอง ในอดีตนั้นเกาะแห่งนี้ มักเป็นที่หมายปองของเหล่า ประเทศมหาอำนาจหรือเจ้าอาณานิคม ในช่วงเวลานั้นนั่นเอง แต่ทว่าอังกฤษได้เข้ายึดครองเกาะแห่งนี้ ได้สำเร็จในที่สุดและ

เกาะแห่งนี้ได้รับเอกราชเมื่อ 21 ก.ย. 1964 โดยได้รับการช่วยเหลือ จากการป้องกันประเทศ และทางด้านสถาบันการเงิน ที่เป็นข้อตกลงร่วมกับอังกฤษ เป็นเวลาถึง 10 ปีเลยทีเดียว และยังอยู่ในเครือจักรภพ ภายใต้การดูแลของอังกฤษ

จนกระทั่งในช่วงสงครามเย็น พรรคแรงงานที่ได้รับเลือกเป็นรัฐบาล นำโดย Dom Mintroff เป็นคนที่มีแนวคิด สังคมนิยม – ชาตินิยม ทำให้ช่วยเวลาแห่งสงครามเย็น ที่โลกแบ่งขั้วอำนาจเป็นสองข้าง แต่มอลตาเองกลับไม่ฝักใฝ่ใด

วางตัวเป็นกลางและได้ยกเลิก สัญญากับอังกฤษในอดีต และได้ทำสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งมีเนื้อหารักษาอธิปไตยในประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันถึง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ โดยที่มีกองกำลังนาโต้ ตั้งฐานทัพอยู่ที่เกาะแห่งนี้

ตามข้อตกลงสัญญา 7 ปี ซึ่งอังกฤษเองจะต้อง จ่ายค่าเช่าในการตั้งฐานทัพ 14 ล้านปอนต่อปี จนกระทั่งในเดือน มีนาคม ปี ค.ศ. 1979 อังกฤษจำเป็นต้องถอนกำลังทหาร ออกจากมอลตาไปในที่สุด ถึงแม้ประเทศแห่งนี้ จะเป็นเกาะสองเกาะ

ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ทว่าประเทศแห่งนี้ ได้ร่วมลงนามในสัญญาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหภาพยุโรป หรือความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม หรือเศรษฐกิจการค้าอยู่หลายประเทศ จากนโยบายเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ใด ในช่วงยุคสงครามเย็นนั้นเอง

ทำให้ประเทศนี้สามารถค้าขาย กับประเทศอื่นๆได้ทั้งสองฝั่ง จึงทำให้สหภาพโซเวียตและอิตาลี ได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ และการเงินแก่ประเทศนี้ เป็นเวลา 5 ปี จึงทำให้เราเห็นได้ว่า ประเทศเกาะเล็กๆแห่งนี้ สามารถอยู่รอดพ้นจาก

ประเทศอื่นๆได้อย่างไร และยังสามารถปักหลักสร้างตัวเอง ได้ถึงแม้จะมีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ก็ตาม ประเทศแห่งนี้ได้ซ่อนบ้างอย่าง ที่ทำให้ประเทศแห่งนี้ ก้าวหน้าถัดเทียมเหมือนกับ ประเทศอื่นในยุโรป นั้นเอง

เที่ยวเมืองสุดแปลก

เที่ยวเมืองสุดแปลก มอลตามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างไร?

มอลตาเอง ตั้งอยู่ทางด้านล่างของประเทศอิตาลี และมีภูมิประเทศลักษณะเป็นเกาะ อยู่ท่ามกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ทางใต้หลงไปก็เป็นแอฟริกาเหนือ ประเทศนี้จึงตั้งอยู่ท่ามกลาง เส้นทางเดินเรือการค้า มาอย่างยาวนานเลยทีเดียว โดยในอดีตนั้นประเทศ มหาอำนาจต่างๆมองว่า เกาะแห่งนี้ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีไม่ว่าจะเป็น ทางทะเลหรือว่าที่ตั้งของเกาะ ที่เหมือนเป็นป้อมปราการ

ท่ามกลางทะเลเลยทีเดียว จึงทำให้เกาะแห่งนี้ เป็นที่หมายปองมากมาย ทำให้เกิดการสู้รบแย่งชิงเกาะแห่งนี้ เป็นเวลายาวนาน มีการพลัดเปลี่ยนผู้ปกครองเป็นว่าเล่น จนกระทั่งอังกฤษได้เข้าครอบครองโดยสมบูรณ์ จึงทำให้หน้าน้ำในทะเลแถบนี้

อังกฤษจึงได้เปรียบและมีอำนาจ ทางทะเลเพิ่มขึ้นนั้นเอง อีกทั้งด้านเศรษฐกิจและการค้า ที่ประเทศแห่งนี้เปรียบเหมือน ฮับแลกเปลี่ยนสินค้า ของเหล่าเรือพ่อค้าทะเล ที่มาจากทั้งแอฟริกาเหนิอ หรือตะวันออกนั้นเอง จึงทำให้เกาะแห่งนี้ได้รับประโยชน์

ไปด้วยจากช่วงยุคอาณานิคม ช่วงเวลาที่อังกฤษปกครองนั้น ได้วางรากฐานมากมาย ให้กับประเทศแห่งนี้ รวมถึงผู้คนบนเกาะแห่งนี้ ที่มีผู้คนมากมายเข้ามาอาศัย เพื่อหวังว่าที่นี้จะเป็นที่ๆ สร้างชีวิตใหม่ให้กับพวกเขานั้น เพราะในช่วงศตวรรษที่ 18 เริ่มเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม

ผู้คนในยุโรปต่างแออัดและ ต้องการชีวิตใหม่ที่ดีกว่าที่เดิม จึงเริ่มมีการพากันย้าย ไปยังดินแดนใหม่ต่างๆ เพื่อทำการค้าและสร้างตัวเองใหม่นั้นเอง อาทิเช่นชาวอังฤษที่เข้าไปตั้งรกราก ยังดินแดนอเมริกานั้นเอง มอลตาประเทศเล็กๆที่หลายๆคนอาจไม่รู้จัก กลับมีประวัติศาสตร์มากมาย และความเป็นมาของเกาะ มาอย่างยาวนานนั้นเอง

มอลตาสถานที่ท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง?

ประเทศแห่งนี้ที่เป็นเกาะเพียงสองเกาะ แต่กลับเป็นสถานที่วิเศษ และเป็นเสน่ห์ของประเทศนี้เลยทีเดียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของเกาะแห่งนี้ จึงได้มีการรวบรวมวัตถุทางประวัติศาสตร์ ในแต่ละพื้นที่ต่างๆของประเทศ เป็นที่ดึงดูดของเหล่านักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบศึกษาประวัติศาสตร์ยุโรป สถาปัตยกรรมต่างๆ ในแต่ละเมืองของประเทศ แบ่งออกเป็นหลายยุคสมัย รวมทั้งป้อมปราการที่ถูกสร้าง

ขึ้นในช่วงอาณานิคมนั้นเอง สถานที่แรกที่จะแนะนำคือ วัลเลตตา ( Valletta ) เป็นเมืองหลวงของประเทศ มอลตา ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1566 โดยหัวหน้ากลุ่มอัศวินเซนต์จอห์น ชื่อ Grandmaster Jean Parisot De Vellette จากการที่ยุคนั้นจักรวรรดิออตโตมัน

ได้พยายามปิดล้อมและยึดเกาะแห่งนี้ ที่ถือว่าเป็นที่ตั้งของเหล่าอัศวินเทมพลาร์ ตัวแทนนักรบศาสนาคริสต์ ทำให้เมืองแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยกำแพง และป้อมปราการ ในช่วงศตวรรษที่ 16 นั้นเอง รูปแบบศิลปะบารอก ผสมผสานกับเรเนซองก์ ความคลาสสิคของเมืองนี้

ทำให้เมืองหลวงประเทศนี้ มีมนต์ขลังนั้นเอง โดยเมืองแห่งนี้ ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกที่ทรงคุณค่านั้นเอง อีกทั้งลักษณะเมืองเป็นท่า ที่นำพาทั้งการค้า และการท่องเที่ยว จากเรือยอร์ชต่างๆที่เข้ามาจอดเทียบท่า นอกจากนี้สถาปัตยกรรมภายในเมือง

ดูโดดเด่นและมีสไตล์แบบประเทศอื่นๆในยุโรปนั้นเอง สถานที่ต่อไปคือ พิพิธภัณฑ์ทางทะเลมอลตา ( The Malta Maritime Museam ) ภายในนั้นจัดแสดงวัตถุโบราณ ในยุคสมัยต่างๆที่เกี่ยวกับ ทางทะเลหรืออาวุธ ไม่ว่าจะเป็น สมอเรือทำจากตะกั๋ว

และอาวุธยุคสมัยโรมัน ทำให้ที่แห่งนี้มีสิ่งของ ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์หลายชิ้น เพราะด้วยที่ตั้งของที่นี้ เดิมทีเคยถูกปกครองโดย ชาวโรมันในอดีตที่มีอายุกว่า 2,000 ปีเลยทีเดียว เราไปกันต่อที่ เกาะโกโซ ( Gozo Island ) มีอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะคาลิปโซ่

เป็นชื่อเทพธิดาแอตลาส ในตำนานเทพกรีก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ เป็นเกาะแยกออกมาขนาดเล็กๆ บรรยากาศของเกาะที่นี้ดีเป็นอย่างมาก อันเป็นสถานที่แสนโรแมนติก ตามเทพนิยายกรีกเลยทีเดียว ที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นหนึ่งในฉากซีรี่ย์ชื่อดัง

นั้นก็คือ Game of Thrones โดยบริเวณที่ถูกใช้นั้นก็คือ หน้าต่างแห่งอาซุเร ( Azure Widow ) ตั้งอยู่ที่อ่าวดเวราจา ( Dwejra Bay ) ซุ้มประตูหินที่โค้งโดยธรรมชาติ ที่มีความสวยงามและเป็นไฮไลท์ของที่นี้ นอกจากนี้ยังมีจุดอื่นๆของเกาะ

อันเป็นพื้นที่ธรรมชาติสร้าง สถานที่ท่องเที่ยวแสนวิเศษแห่งนี้นั้นเอง สถานที่สุดท้ายคือ บลูลากูนแห่งเกาะโคมิโน ( Blue Lagoon Island of Comino ) เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็กๆ เพียง 3.5 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ขั้นกลางระหว่างเกาะมอลตา และโซโก

ในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นคุก ที่ขุมขังนักโทษเพราะด้วย สภาพแวดล้อมที่เป็นเกาะ ล้อมรอบไปด้วยทะเล ทำให้ยากต่อการหลบหนี แต่ในปัจจุบันนั้นกลับกลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวแสนวิเศษอย่างมาก อย่างอ่าวซานตามาริจา และอ่าวซานนิกลาว

ในทุกๆวันจะมีเรือมาเที่ยวชม ที่แห่งนี้จำนวนมาก เพราะเกาะสวรรค์แห่งนี้เป็น ที่พักผ่อนของเหล่านักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบการดำน้ำ ดูปะการัง สำรวจเกาะ ปีนเขา อาบน้ำที่หาดทราย นับว่าเป็นกิจกรรมที่ครบครันเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวของมอลตา ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกหลายสถานที่ อันเป็นเสน่ห์ของประเทศนี้ ที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมศิลปะวัฒนธรรม ขนาดใหญ่อีกที่หนึ่งในยุโรปเลยทีเดียว

เที่ยวเมืองสุดแปลก

ปัจจุบันมอลตาเป็นอย่างไรบ้าง?

จากการร่วมลงนามในสัญญา ความร่วมมือกันระหว่างประเทศ จึงทำให้ประเทศเล็กๆแห่งนี้ สามารถดูแลตนเอง รวมถึงพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นอีกหนึ่งในฐานเศรษฐกิจที่สำคัญ ต่อมอลตาเลยทีเดียว

ด้วยจำนวนประชากรที่หนาแน่น บนเกาะแห่งนี้ถึง 475,000 คนเลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นเมืองท่า ทำให้การค้าในประเทศนี้ ยังคงสมบูรณ์เหมือนดั่งในอดีต ที่เคยรุงเรืองนั้นเอง

สรุปการเดินทางไปเที่ยวมอลตาเป็นอย่างไร?

เกาะแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์ อีกแห่งหนึ่งของยุโรปเลยทีเดียว ด้วยที่ตั้งของทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ทำให้บรรดาเกาะที่อยู่โดยรอบแห่งนี้ มี เกาะเล็กๆเกิดขึ้นมากมาย จากการเคลื่อนแผ่นเปลือกโลกในอดีต และด้วยความสวยงามของน้ำทะเล จึงทำให้ประเทศแห่งนี้ มีเสน่ห์ดูงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งประสบการณ์ดีๆ ที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศคลาสสิค ของสถาปัตยกรรมต่างๆในประเทศแห่งนี้

หากใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ จะต้องหลงรักประเทศแห่งนี้อย่างแน่นอน จึงทำให้มองว่า มอลตา เป็นประเทศที่มีประวัติการก่อตั้ง ที่มีจุดกำเนิดโดยเหล่าอัศวินเทมพลาร์ ตั้งรกรากยังที่เกาะแห่งนี้ เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของชาวคริสต์

จนกระทั่งในเวลาต่อมา ได้ผลัดเปลี่ยนผู้ปกครองตามยุคสมัย และได้เกิดศิลปวัฒนธรรมมากมาย รวมอยู่บนเกาะแห่งนี้ ที่มีความหลากหลายทางประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ เหมาะแก่การมาศึกษาประวัติศาสตร์ หรือเที่ยวชมธรรมชาติ อันเป็นความงดงามโดยธรรมชาตินั้นเอง

เที่ยวแปลกในโลก

เทคนิคแทงบอลวันนี้

โปรโมชั่นบอลฟรี